Posted by: goview | กุมภาพันธ์ 23, 2008

Money is not everything.

Money can buy insurance but not safety.
Money can buy medicine but not health.
Money can buy food but not appetite.
Money can buy bed but not sleep.
Money can buy clock but not time.
Money can buy book but not knowledge.
Money can buy house but not home.
Money can buy sex but not love.

Money can buy … but not Thailand!!!

Posted by: goview | กุมภาพันธ์ 22, 2008

i Hate the sound that Goodbyes make!

และแล้ว วันนี้ อารมณ์นี้ มันก็มาเยือนผมจนได้ … อย่างหัวเรื่องนั้นแหละ ผมเกลียดมัน ~ นึกทีไรมันต้องเศร้าทุกทีไป เบื่อจริงๆ

รู้อยู่ว่ายังไงสักวันก็ต้องกลับมาเจอกับเพื่อนๆอีก แต่มันก็ยังรู้สึกแย่ๆ อยู่ดี ยังไงซะก็ขอให้เพื่อนๆโชคดี ~

อยากให้เพื่อนๆ ลองใช้ Twitter ดู โดยส่วนตัวแล้ว
- มันเหมาะมากๆกับ กลุ่มเพื่อนที่รู้จักกันจริงๆ ไม่ใช่รู้จักกันแค่หน้าตาผ่าน Hi5 และอยากรู้ข่าวสารของกันและกัน
- เหมาะสำหรับคนขี้เกียจเขียนบล็อกยาวๆ เพราะมันเป็นบริการ Micro blog
- เหมาะกับเพื่อนร่วมงาน ที่อาจจะทำโปรเจกร่วมกัน หรืออะไรก็แล้วแต่

เหอะๆ ก็ลองใช้กันดู อาจจะช่วยให้หายคิดถึงกันได้บ้าง ขำขำ … twitter.com/goview

แอบยืมประโยคหัวเรื่อง มาจากเพลง Beautiful Disaster ของ Jon Mclaughlin เพลงนี้เพราะดี แต่ความหมายเศร้าๆ

Posted by: goview | กุมภาพันธ์ 19, 2008

ร้านแรกของผมใน aStore

ลองทำเล่นๆดู ก็ไม่ได้ยากมากมายอะไรสำหรับขั้นตอนการทำร้าน ร้านที่ทำเกี่ยวกับ Caster board เป็นของเล่นคล้ายๆสเก็ตบอร์ด แต่ดูล้ำๆนิดหน่อย ^^

ripstik caster board : aStore

ripstik caster board

แต่งานที่ยากนี่สิ คือ จะทำไงให้คนเข้าร้านเรา ~ ~

จะทำไงให้เว็บเราติด index ของ Google นานๆ โดยไม่ถูกทรายดูด (Sandbox) ปัญหาคือ เว็บบล็อกอันนี้ก็ยังไม่ติด index เลย เศร้ามากๆ กะจะให้ blog นี้เป็นฐานแม่เพื่อดึงลูกๆ aStore ซะหน่อย แต่ที่ไหนได้ “แม่ยังไม่ติด index เลยลูก” 555

อ้า.. ลืมบอก วิธีการเช็คว่าเว็บเราติด index มั๊ย แบบเจ๋งๆ สามารถเช็คได้หลายๆเว็บพร้อมกันเลย ก็ต้องไปที่  www.cascandra.com/web-tools/multiple-backlink-checker

ตอนแรกรู้สึกเหมือนตัวเองรู้จัก SEO มาพอสมควรแล้ว แต่พอลงมือทำของจริงนี่สิ คงต้องใช้คำพูดที่ว่า “สิ่งที่ฉันรู้มากที่สุดเกี่ยวกับ SEO คือ ฉันไม่รู้อะไรเลย” คงต้องกลับไปศึกษาอย่างจริงจังให้มากกว่านี้ ศึกษาแล้วก็ต้องลงมือทำจริง!

เอาล่ะว่าแล้ว อย่างแรกที่ต้องทำคือ ดำเนินกลยุทธ์ให้ blog อันนี้ติด index กับเค้าซักที! ~

Posted by: goview | กุมภาพันธ์ 17, 2008

วิถีทางที่ต่างไป

ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีหลากหลายอารมณ์ หลากหลายความรู้สึกเหลือเกิน  ช่วงชีวิตของการจบปริญญาตรี ไม่เคยมีความรู้สึกรุมเร้ามากมายขนาดนี้มาก่อน

ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ที่จะต้องจากเพื่อนๆ ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ต้องลาจากคนที่รัก ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเผชิญกับชีวิตจริง

เป็นช่วงที่ผมมองอนาคตได้ไม่ไกลเหมือนเก่า ตอนนี้ผมมองอนาคตได้ไม่เกิน 1 เดือนเท่านั้น ไกลกว่านั้นเห็นเป็นเงาดำ ไม่ชัดเจน ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรหลังจากนี้ จะได้เรียนต่อ… แล้วจะได้ที่ไหน … ถ้าไม่ได้ จะทำอะไร … รู้สึกเคว้งคว้างอยู่เหมือนกัน

เมื่อวาน อาจารย์ให้ผมไปสอบการ speaking เพื่อนำผลไปใช้กับงานวิจัยเกี่ยวกับทักษะภาษาอังกฤษของนักศึกษาใน ม.สงขลานครินทร์

เจอคำถามเกี่ยวกับ Goal หรือ Aim ในชีวิตของเรา
ผมถึงกับตอบไม่ถูก สุดท้ายต้องกลับมานั่งคิดว่าจุดมุ่งหมายในชีวิตของเราคืออะไร

คืออะไร? คืออะไร? ….

อย่างแรก ก็คงอยากทำอะไรก็ได้ที่ พ่อ และ แม่ มีความสุขที่สุด ทำอย่างไรให้ท่านใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีความสุข หลังจากนั้น คงทำอย่างไรให้ชีวิตของคนรอบข้างเรามีความสุข … ผมคิดว่านี้แหละคือจุดมุ่งหมายในชีวิต

แต่วิธีการล่ะ … จะทำอย่างไร นั่นน่ะสิ

เพื่อนๆหลายคน ต่างคัดค้านการเรียนต่อโทของผม … อยากบอกว่าในใจผมก็คัดค้านกันเองอยู่เหมือนกัน … แต่จุดมุ่งหมายอย่างแรกในชีวิตผมคือ ทำให้พ่อแม่ มีความสุข ไม่ว่าหนทางนั้นจะเป็นอย่างไร ถ้าหากทำให้ท่านทั้ง 2 มีความสุข ผมทำทั้งนั้น

ทุกคนต่างมีวิถีทางที่ต่างกันไป … วิถีทางของผมอาจแปลกจากคนอื่น … อาจช้ากว่าคนอื่นไปบ้าง … แต่ก็ถึงจุดหมายเหมือนกัน

Posted by: goview | กุมภาพันธ์ 16, 2008

aStore อีกหนึ่งช่องทางการหารายได้

    เพิ่งกลับมาจากการสอบ IT ที่จุฬา นั่งรถไฟ ไป-กลับหาดใหญ่ แสนน่าเบื่อ วันนี้กะจะเขียนบ่นเรื่องรถไฟ … พอค้นหาดูก็พบว่ามีคนบ่นไว้เยอะแล้ว ผมก็ไม่อยากบ่นให้ฟังอีก ถ้ารถไฟพัฒนามากกว่านี้ ผมว่าต้องมีคนขึ้นเยอะแน่ๆ …. แล้วเมื่อไหร่หนอ ….

กลับมาเรื่องในหัวบล็อกดีกว่า aStore สิ่งนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว 3 ปี ได้แล้วมั๊ง แต่ผมเพิ่งรู้จัก ผมเคยด้อมๆมองๆ จะทำ Adword ของ Google มานานแล้ว แต่ต้องล้มเลิกความตั้งใจไป เพราะไม่มีเงินทุน! ด้วยเหตุนี้ผมก็เลยเลิกสนใจหาเงินกับของพวกนี้ไปเลย จนมาวันนี้ ผมบังเอิญรู้จัก aStore ซึ่งตอบปัญหาของผมครั้งก่อนได้ คือ เงินทุน

aStore เป็นบริการของ Amazon ร้านขายหนังสือยักษ์ใหญ่ แต่วันนี้ amazon มีสินค้ามากมายที่ขายอยู่  แต่จะทำอย่างไรที่จะขายให้ได้มากๆ เขาก็เลยวางแผนให้เราช่วยโฆษณาสินค้าให้ จึงเปิดบริการให้เราสร้างร้านย่อย ที่ชื่อว่า aStore เพื่อเพิ่มช่องทางการขายสินค้าของ amazon ให้มากขึ้น หากมีลูกค้าซื้อของจากร้านย่อยที่เราสร้าง เราก็จะได้ผลตอบแทน

ผมเริ่มสนใจมันอีกครั้ง เพราะ ไม่ต้องใช้ “เงิน” ลงทุน แต่ก็ต้องใช้ ทุนที่มองไม่เห็น คือ เวลา ซึ่งผมก็คิดว่า ตนเองยังมีทุนตรงนี้เหลืออยู่ ก็ต้องลองดูซักตั้ง

การเริ่มต้น ผมเริ่มที่ forums.sem.or.th ต้องเป็นผู้อ่านที่ดีเสียก่อนครับ อ่านกันให้แหลก หากใครไม่ชอบอ่านในเว็บ ตอนนี้ก็มีหนังสือหลายๆเล่มที่วางขายอยู่

Posted by: goview | มกราคม 31, 2008

เรื่องเล่า..เวียดนาม ตอน 2

วันที่ 2 -

ล่องเรือไปในอ่าวฮาลอง ครับ เป็นเกาะหินปูนมากมาย ประมาณ 2000 เกาะ ทำให้เป็นทัศนียภาพที่สวยงาม แต่วันที่ผมไป มีหมอกมาก ทำให้ไม่ค่อยเห็น

ส่วนตัวแล้ว ที่ฮาลองเบย์ ไม่ได้มีกิจกรรมมากมายเท่าไหร่ นอกจากชมความสวยงามของเกาะ และขึ้นบกไปชมถ้ำต่างๆ ซึ่งข้อนี้ กระบี่ ภูเก็ต มีดีกว่าหลายขุม

อีกอย่าง เวียดนามยังไม่พร้อมที่จะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดีได้ เพราะการเดินทางที่ยังลำบาก และกิจกรรมที่จะมารองรับนักท่องเที่ยวยังไม่หลากหลาย และดึงดูดใจ (ไม่นับคาสิโน) 555

กลางคืนกลับมาที่ฮานอย – คราวนี้เที่ยวกันเอง โดนแท๊กซี่โกงค่าโดยสารไปเยอะเลยครับ จาก 20,000 ดอง ต้องจ่าย 100,000 ดอง โดยที่ไม่สามารถเถียงอะไรได้เลย

และนี่เป็นอีกเหตุผลที่ฮานอย ไม่น่าท่องเที่ยว เพราะ พวกแท๊กซี่ พูดอังกฤษไม่ได้เลยครับ ผม งง มาก เพราะประเทศเขาเป็นเมืองขึ้นมาก่อน อย่างน้อยก็น่าจะเป็นบ้าง นี่นับ one two three ยังไม่รู้เลยครับ

วันที่ 3 –

เป็นเกียรติอย่างสูงที่ผมได้ไปคาราวะศพของ ท่านโฮจิมิน มหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของเวียดนาม ผมได้ฟังประวัติมากมาย จนทำให้ผมนับถือท่านจริงๆ การใช้ชีวิตของผู้ชายคนนี้น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง สำหรับการใช้ชีวิตตามเศรษฐกิจพอเพียงบ้านเรา

เที่ยวและช๊อปปิ้ง ในเมืองฮานอย

ไปย่านขายโทรศัพท์ ~ โทรศัพท์มือถือ มือสอง แพงมากครับ ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 6000 บาท ตั้งขายเป็นแผงง เหมือนๆที่มาบุญครอง แพงจริงๆครับ

ส่วนย่าน 36 สาย เดินกันเมื่อยขา สินค้าก็งั้นๆ เหมือนสำเพ็งบ้านเรา

ได้ข้ามถนนเวียดนาม จริงๆซะที ตื่นเต้นดีครับ ต้อง เดิน ห้ามหยุด ห้ามถอย ไม่งั้นโดนชนแน่

สรุปเลยล่ะกัน

  • เวียดนาม ณ วันนี้ ยังด้อยกว่าไทย แต่!!! เขากำลังเดินหน้าครับ แต่พี่ไทยเรานอนรออะไรอยู่ไม่ทราบ! หากเวียดนามผลิตน้ำมันใช้เองจริงๆ คราวนั้นไทยก็คงสู้ไม่ไหว ~
  • หากเวียดนามแก้ปัญหารถจักรยานยนต์ได้ ซึ่ง ญี่ปุ่นยื่นมือเข้ามาช่วยในเรื่องนี้แล้ว จะทำให้เมืองฮานอยน่าอยู่มากขึ้น และจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น
  • กฎหมายของเวียดนาม สามารถควบคุมประชาชนได้อยู่หมัด ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องดี ~
  • พื้นฐานการศึกษา – เรื่องนี้ผมไม่รู้จริงๆ ว่าการศึกษาของประเทศเขาเป็นอย่างไรเป็นเรื่องที่ค้างคาอยู่ในใจมากที่สุด ในการเดินทางครั้งนี้ หลังจากที่พบกับแท๊กซี่ที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้
  • ในความคิดผม เวียดนามในตอนนี้กำลังพัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็ว ได้รับการช่วยเหลือจากต่างประเทศ ทำให้ประเทศเขาพัฒนาได้จากพื้นฐานเลย เมื่อพื้นฐานเมืองดี จะพัฒนาต่อยอดก็ง่ายขึ้นครับ
  • ประชาชนของเขา เคยลำบากมาก่อน โดยเฉพาะคนรุ่นไกด์ผม ซึ่งจิตใจของเขายังเป็นชาตินิยมอยู่นิดๆ พูดดูถูกเขาไม่ได้เชียวนะครับ เขาจะไม่ยอมรับว่า เมืองไทยเหนือกว่าประเทศเขา ซึ่งเขาจะโกรธเอามากๆด้วย ….ด้วยเหตุนี้ ผมว่าคนของประเทศเขา เป็นคนสู้นะครับ (น่าจะเป็นคนขยันขันแข็ง แบบคนจีน) เจ้าของธุรกิจใหญ่ๆในเมืองไทย ล้วนแต่เคยลำบากสุดๆ มากันทั้งนั้น ~
  • อยากลองไปที่ โฮจิมินซิตี้ เมืองใหญ่ทางตอนใต้ ได้ข่าวว่าเมืองเขาพัฒนามากกว่าทางตอนเหนือ เพราะเคยเป็นเมืองขึ้นของสหรัฐอเมริกา มาก่อน และพื้นฐานด้านภาษาของดีกว่าด้วย

อ่านต่อ…

Posted by: goview | มกราคม 31, 2008

เรื่องเล่า..เวียดนาม

True จัดทริปให้ไปเที่ยวเวียดนาม ผมได้มีโอกาสติดสอยพ่อไปด้วย

ไปช่วงมกรา อากาศที่โน่น กำลังหนาว 11 – 18 องศา เด็กใต้อย่างเรา แน่นอนสั่นแน่ ^^ แต่ส่วนตัวแล้วชอบมาก อากาศเย็นสบายดี

วันแรก -
ไปถึงฮานอย ช่วงเที่ยงพอดี (เวลาเวียดนามกับไทย ตรงกัน) อากาศหนาว ไม่มีแดดเลย

ครั้งแรกที่เห็นสนามบินนานาชาตินอยไบ – นี่เหรอวะ สนามบินนานาชาติ ของเมืองหลวง ของเวียดนาม ดูเล็กมากครับ แต่เพื่อนร่วมคณะได้บอกว่า ที่ โฮจิมินซิติ๊ หรือ กรุงไซง่อน ทางใต้จะเจริญกว่า ซึ่งเป็นข้อดีครับ ที่มีการพัฒนาทั้ง 2 เมือง ต่างจากไทย ทุกอย่างอยู่ที่ กรุงเทพฯ ~ กรุงเทพพัง เมืองไทยเจ้ง ~

ไปถึงก็ได้ไกด์ชาวเวียดนามซึ่งพูดไทยได้ ชื่อ คุณจี เป็นไกด์นำเที่ยวกับเราในครั้งนี้ จากนั้นเราก็เตรียมเดือนทางไป ฮาลองเบย์ อันโด่งดัง ห่างจาก ฮานอย 170 km ระยะเวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ~ ใช้เวลายาวนานมาสำหรับเมืองไทย เพราะกฎหมายเวียดนามจำกัดความเร็วไว้ต่ำมาก ประกอบกับ กิตติศัพท์อันเลื่องชื่อ ด้านมารยาทในการขับรถของเวียดนาม ทำให้การเดินทางยิ่งช้า เข้าไปอีก

ไกด์ของเรา อายุประมาณ 60 ต้นๆ มีดีกรีถึง วิศวะปิโตรเคมี จากรัสเซีย เชียวนะครับ ไม่ธรรมดาๆ

ระหว่างการเดินทาง คุณจี เล่าเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับเวียดนาม มีประโยชน์มากครับ เลยอยากมาบอกต่อ เท่าที่จำได้ ~

  • เวียดนาม เป็นประเทศที่อยู่ในสงครามถึง 30 ปี ครับ ทำให้ประเทศเขาล้าหลัง แต่ตอนนี้เขากำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วครับ โดยมีญี่ปุ่น เป็นผู้หนุนหลัง รายใหญ่ที่สุด มีโครงการมากมายที่รัฐบาลทำสัญญาไว้กับญี่ปุ่น และ ญี่ปุ่นก็ให้เงินสนับสนุนมากมายเช่นกัน
  • เวียดนามมีบ่อน้ำมันครับ !! ไกด์เราโม้ว่า มีน้ำมันอยู่จำนวนมหาศาล และอีก 2 ปี เท่านั้น เวียดนามจะผลิตน้ำมันใช้เอง ไม่ต้องซื้อ มีแต่ขายครับ
  • พันธุ์ข้าวของประเทศเขา ยังสู้ของไทยไม่ได้ครับ จากที่ผมกิน ก็ด้อยกว่าจริงๆ แต่ก็กินได้ ไม่ต่างกับข้าวบ้านเราเท่าไหร่
  • คนเวียดนามไม่ใช้รถกระบะ มีขายก็ไม่ซื้อครับ จะเห็นแต่รถเก๋งที่วิ่งกันพล่าน ไกด์บอกว่าถ้าจะขนของ ก็ไปเช่ารถมาขนครับ
  • รถจักรยานยนต์ในกรุงฮานอย มี 2 ล้านคัน มากสุดๆ เพราะว่าในเมืองใหญ่ๆของจีน ออกกฎหมายลดการใช้รถเครื่อง ทำให้มีการนำรถมือสอง เข้ามาขายแบบถูกๆ ที่เวียดนาม คนจนๆในเวียดนามยังซี้อได้ ! ทำให้ปริมาณรถ เพิ่มสูงขึ้นกระทันหันจนไม่สามารถควบคุม
  • การศึกษา นักเรียนจะไปโรงเรียน 6 วัน แต่ละวัน เรียนแค่ครึ่งวันครับ

นอกนั้นก็จะเป็นประวัติศาสตร์ต่างๆ ซึ่งผมจำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ^^

อ่านต่อ…

หมวดหมู่