วันที่ 2 -
ล่องเรือไปในอ่าวฮาลอง ครับ เป็นเกาะหินปูนมากมาย ประมาณ 2000 เกาะ ทำให้เป็นทัศนียภาพที่สวยงาม แต่วันที่ผมไป มีหมอกมาก ทำให้ไม่ค่อยเห็น
ส่วนตัวแล้ว ที่ฮาลองเบย์ ไม่ได้มีกิจกรรมมากมายเท่าไหร่ นอกจากชมความสวยงามของเกาะ และขึ้นบกไปชมถ้ำต่างๆ ซึ่งข้อนี้ กระบี่ ภูเก็ต มีดีกว่าหลายขุม
อีกอย่าง เวียดนามยังไม่พร้อมที่จะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดีได้ เพราะการเดินทางที่ยังลำบาก และกิจกรรมที่จะมารองรับนักท่องเที่ยวยังไม่หลากหลาย และดึงดูดใจ (ไม่นับคาสิโน) 555
กลางคืนกลับมาที่ฮานอย – คราวนี้เที่ยวกันเอง โดนแท๊กซี่โกงค่าโดยสารไปเยอะเลยครับ จาก 20,000 ดอง ต้องจ่าย 100,000 ดอง โดยที่ไม่สามารถเถียงอะไรได้เลย
และนี่เป็นอีกเหตุผลที่ฮานอย ไม่น่าท่องเที่ยว เพราะ พวกแท๊กซี่ พูดอังกฤษไม่ได้เลยครับ ผม งง มาก เพราะประเทศเขาเป็นเมืองขึ้นมาก่อน อย่างน้อยก็น่าจะเป็นบ้าง นี่นับ one two three ยังไม่รู้เลยครับ

วันที่ 3 –
เป็นเกียรติอย่างสูงที่ผมได้ไปคาราวะศพของ ท่านโฮจิมิน มหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของเวียดนาม ผมได้ฟังประวัติมากมาย จนทำให้ผมนับถือท่านจริงๆ การใช้ชีวิตของผู้ชายคนนี้น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง สำหรับการใช้ชีวิตตามเศรษฐกิจพอเพียงบ้านเรา
เที่ยวและช๊อปปิ้ง ในเมืองฮานอย
ไปย่านขายโทรศัพท์ ~ โทรศัพท์มือถือ มือสอง แพงมากครับ ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 6000 บาท ตั้งขายเป็นแผงง เหมือนๆที่มาบุญครอง แพงจริงๆครับ
ส่วนย่าน 36 สาย เดินกันเมื่อยขา สินค้าก็งั้นๆ เหมือนสำเพ็งบ้านเรา
ได้ข้ามถนนเวียดนาม จริงๆซะที ตื่นเต้นดีครับ ต้อง เดิน ห้ามหยุด ห้ามถอย ไม่งั้นโดนชนแน่
สรุปเลยล่ะกัน
- เวียดนาม ณ วันนี้ ยังด้อยกว่าไทย แต่!!! เขากำลังเดินหน้าครับ แต่พี่ไทยเรานอนรออะไรอยู่ไม่ทราบ! หากเวียดนามผลิตน้ำมันใช้เองจริงๆ คราวนั้นไทยก็คงสู้ไม่ไหว ~
- หากเวียดนามแก้ปัญหารถจักรยานยนต์ได้ ซึ่ง ญี่ปุ่นยื่นมือเข้ามาช่วยในเรื่องนี้แล้ว จะทำให้เมืองฮานอยน่าอยู่มากขึ้น และจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น
- กฎหมายของเวียดนาม สามารถควบคุมประชาชนได้อยู่หมัด ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องดี ~
- พื้นฐานการศึกษา – เรื่องนี้ผมไม่รู้จริงๆ ว่าการศึกษาของประเทศเขาเป็นอย่างไรเป็นเรื่องที่ค้างคาอยู่ในใจมากที่สุด ในการเดินทางครั้งนี้ หลังจากที่พบกับแท๊กซี่ที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้
- ในความคิดผม เวียดนามในตอนนี้กำลังพัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็ว ได้รับการช่วยเหลือจากต่างประเทศ ทำให้ประเทศเขาพัฒนาได้จากพื้นฐานเลย เมื่อพื้นฐานเมืองดี จะพัฒนาต่อยอดก็ง่ายขึ้นครับ
- ประชาชนของเขา เคยลำบากมาก่อน โดยเฉพาะคนรุ่นไกด์ผม ซึ่งจิตใจของเขายังเป็นชาตินิยมอยู่นิดๆ พูดดูถูกเขาไม่ได้เชียวนะครับ เขาจะไม่ยอมรับว่า เมืองไทยเหนือกว่าประเทศเขา ซึ่งเขาจะโกรธเอามากๆด้วย ….ด้วยเหตุนี้ ผมว่าคนของประเทศเขา เป็นคนสู้นะครับ (น่าจะเป็นคนขยันขันแข็ง แบบคนจีน) เจ้าของธุรกิจใหญ่ๆในเมืองไทย ล้วนแต่เคยลำบากสุดๆ มากันทั้งนั้น ~
- อยากลองไปที่ โฮจิมินซิตี้ เมืองใหญ่ทางตอนใต้ ได้ข่าวว่าเมืองเขาพัฒนามากกว่าทางตอนเหนือ เพราะเคยเป็นเมืองขึ้นของสหรัฐอเมริกา มาก่อน และพื้นฐานด้านภาษาของดีกว่าด้วย
อ่านต่อ…